ละครหุ่นเงาอนุบาล ๓ ปีที่๑๑ ตอน “ดีต่อใจ หัวใจกริ๊ง กริ๊ง”

มนต์เสน่ห์แห่งแสง ถูกนำมาสะท้อนการเรียนรู้ของเด็กๆ ผ่านเรื่องราวที่ร้อยเรียงเป็นบทละครหุ่นเงาที่สร้างสรรค์ หุ่นเงาปีนี้ มีความพิเศษกว่าทุกปี  เพราะตัวละครหุ่นเงาไม่ได้มีสีสันเหมือนปีก่อนๆ   เพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙

ในปีนี้  เป็นปีที่มีการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย   พวกเราชาวหุ่นเงายังคงน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน  พระองค์จะยังคงสถิตอยู่ในหัวใจคนไทยตลอดไป

 

หุ่นเงาที่ถูกสร้างสรรค์โดยคุณครูและเด็กๆในครั้งนี้มีชื่อตอนว่า “ดีต่อใจหัวใจกริ๊งกริ๊ง” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ  เพื่อนรัก ๓ คน คือ คิม ฮงลี่ และทาโร่  ที่มาเจอกันเมื่อยามตะวันรอน ทาโร่พยายามให้กำลังใจฮงลี่ที่ไม่กล้าทำในสิ่งที่ปรารถนาเพราะไม่มีความเพียรพยายามพอ  ส่วนคิมก็มาเจอเพื่อนพร้อมกับจิตที่ขุ่นมัวเพราะไม่ได้ดั่งใจจากทางบ้าน และพวกเขาเหล่านั้นก็ได้เดินทางกลับย้อนไปยังอดีตและก้าวไปในอนาคตไปพบกับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นจนสุดท้ายกลับมาในปัจจุบันที่มาค้นหาคำตอบว่า  โลกน่าอยู่เพราะสิ่งใด สุดท้ายก็ค้นพบว่าที่โลกใบนี้น่าอยู่ก็เพราะมี คุณธรรมและแนวทางการดำเนินชีวิตที่ในหลวงรัชกาลที่๙  ทรงสอนไว้ก็คือ ความพอเพียงกับ ความเพียรพยายาม

ถ้านำมาใช้ในชีวิตของตน จะทำให้ชีวิตของตนนั้นประสบความสำเร็จ และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้

 

การทำหุ่นเงาของเด็กๆในครั้งนี้ เด็กๆได้เข้าไปมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเขียนบท ทำหุ่น ทำฉาก อัดเสียงจนไปถึงการแสดงละคร ซึ่งทำให้เด็กๆได้เล่นและเรียนรู้ไปพร้อมๆกับการได้มีความคิดสร้างสรรค์ในการช่วยคิดช่วยทำ การได้ฝึกความกล้าแสดงออกและร่วมลงมือทำ การฝึกฝนตนเอง เด็กๆได้เข้าใจคำสอนของในหลวงอย่างเป็นรูปธรรม

 

การแสดงละครหุ่นเงาครั้งนี้  เด็กๆได้พัฒนาตน  ตามหลักภาวนา ๔

ในด้านกายภาวนาคือได้ซ้อมการแสดง  ได้ฝึกกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย

ด้านศีลภาวนา ได้พัฒนาความประพฤติของตนเองและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

ด้านจิตภาวนา เด็กได้ฝึกความอดทน   การมีสมาธิและความขยันหมั่นเพียร

ด้านปัญญาภาวนา  การได้รู้และเข้าใจทุกอย่างตามความเป็นจริงและสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้

อีกทั้งเด็กๆยังเรียนรู้กระบวนการคิด การหาสาเหตุ ลงมือทำ จนถึงขั้นวิเคราะห์และสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อที่เป็นประโยชน์และสามารถพึ่งพาตนเองในการดำเนินชีวิต ซึ่งตรงกับหน่วยการเรียนรู้ “ที่พึ่งแห่งตน”

 

ครูขนมจีน ครูประจำชั้นอนุบาล ๓ ได้กล่าวถึงอุปสรรคในการทำงานครั้งนี้ว่า “อุปสรรคก็จะเป็นเรื่องของความอดทน และสมาธิ บางครั้งเด็กๆไม่สามารถควบคุมตนเองได้  เรื่องการฟัง  การรอคอย เพราะเราต้องอยู่ด้วยกันจำนวนมาก ต้องใช้เวลาร่วมกัน เด็กและครูบางคนก็จะใจร้อน เลยจะต้องฝึกความอดทนมากขึ้น”

 

คุณครูกิ๊กและคุณครูไก่ ครูประจำชั้นระดับอนุบาล ๓ ได้กล่าวเกี่ยวกับการแสดงละครเรื่องนี้ว่า

ครูกิ๊ก “เหมือนเป็นผลงาน เหมือนเป็นรางวัล เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายที่เราจะฝากไว้ในวัยอนุบาล เป็นความร่วมมือกันทั้งหมดทั้งคุณครู ผู้ปกครองและเด็ก เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายที่เราร่วมมือกัน  เป็นของขวัญให้กับคุณพ่อคุณแม่ แล้วเด็กๆก็จะจำได้ว่าเขาเคยแสดงหุ่นเงา ไม่ว่าเขาจะจบประถมหรือเป็นพี่มัธยมแล้วก็ตาม”

 

ครูไก่ “พี่ศรัทธาในตัวเด็กพี่รู้สึกว่าเด็กเขาทำได้ รู้สึกว่าไว้ใจเขา คือถึงแม้วันที่เขาซ้อม ยังไม่ดีที่สุด แต่พอวันจริงพี่รู้สึกว่าเขาสามารถรู้ว่าวันนี้เป็นวันของเขา เป็นวันที่พ่อแม่มาดู ไม่กังวล สบายชิวๆ”

 

การแสดงหุ่นเงาของเด็กๆระดับชั้นอนุบาล ๓ ได้จบลงไปอย่างน่าประทับใจ  หวังว่าคุณพ่อคุณแม่จะชื่นใจกับสิ่งที่ลูกๆได้พยายามฝึกฝนตนเองด้วยความเพียรพยายาม ด้วยความอดทน  และแสดงออกมาให้เห็นอย่างเต็มที่ในวันนี้นะคะ

 

# ดีต่อใจ หัวใจกริ๊ง กริ๊ง

# ละครหุ่นเงา ชั้นอนุบาล๓

# โรงเรียนทอสี โรงเรียนพุทธปัญญา

# ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป